บทแรก
ท่านไคลน์เร็วเข้าครับ เสียงเรียกอย่างตระหนกเร่งชายหนุ่มให้ก้าวเท้าตาม ทางนี้ครับ เด็กผู้นำทางนำไปสู่บ้านหลังหนึ่ง ซึ่งทำให้ไคลน์เบิกตากว้างด้วยความกังวลแล่นเข้าจู่โจม เมื่อความสัมพันธ์ของเขากับเจ้าของบ้านหลังนั้นไม่ใช่แค่ความคุ้นเคย
เกิดอะไรขึ้น ประตูห้องนอนเปิดผางออก ความเคลื่อนไหวภายในห้องชะงักลงเมื่อสายตาทุกคู่ในห้องหันมาที่ผู้มาใหม่ ความหม่นหมองในแววตาเหล่านั้นจางไปเล็กน้อยด้วยความโล่งใจ พวกเขาไม่กล่าวสิ่งใด แต่ถอยไปข้างๆแทนคำตอบ ร่างหนึ่งทอดยาวอยู่บนเตียงทำให้เขาหายใจสะดุดขณะก้าวเข้าใกล้
เธอยังไม่ตายครับ ตอนนี้พ้นขีดอันตรายแล้ว ลุงหมอประจำหมู่บ้านเอ่ยให้เบาใจ หากร่างขาวซีดเย็นเฉียบนั้นไม่ไหวติงราวไร้ชีวิต
ดูจากบาดแผลทำให้รู้ว่าเธอโดนงูกัด เบเรนขยับมายืนเคียง ไคลน์ตรวจดูรอยแผลเล็กๆบนข้อเท้า รอยบวมสองรอยเปลี่ยนเป็นสีคล้ำตัดกับผิวซีดขาวอย่างน่ากลัว คนในหมู่บ้านไปพบเธอไม่ไกลจากเนินหลังครับ
ไคลน์พยักหน้า เป็นเรื่องปกติที่เธอจะไปที่นั่นทุกเย็น
ว่าต่อไป คำสั่งเรียบแต่เจือกระแสเคร่งเครียด นัยน์ตาสีเข้มเพ่งดูรอยแผลนั้นอย่างพินิจ
เบเรนรายงานต่อไป เป็นงูพิษธรรมดาที่อยู่ในแถบนี้ โชคดีที่ถึงมือหมอเร็ว จึงไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่น่าแปลกที่เธอไม่รู้สึกตัวเลยครับ ชาวบ้านชายป่าบอกว่าพบเธอนอนหมดสติ คงจะกระแทกอะไรสลบไป แต่ตรวจดูก็ไม่พบ ปกติคนโดนงูกัดจะไม่ถึงกับหมดสติ ยิ่งถูกกัดไม่นานด้วยแล้ว...
จับงูนั่นมาด้วยหรือเปล่า ถามขัดไพล่ไปอีกเรื่อง
ครับ ตอบรับแล้วเรียกให้เด็กเอาศพงูมาให้ ไคลน์รับไปตรวจดูอยู่ครู่หนึ่ง ใบหน้าเข้มเคร่งบ่งว่ากำลังใช้ความคิดอย่างหนัก
ขอมีดหน่อย
ครับ?
ดวงตาเคลื่อนมาสบประสานเป็นครั้งแรก จากความคุ้นเคยใกล้ชิดทำให้เบเรนอ่านความหมายจากแววตานั้นได้ทันที
ไคลน์รับมีดสั้นแล้วผ่างูตามแนวยาว
สิ่งที่ทำให้ทุกคนกลั้นหายใจไม่ใช่เครื่องในงู... ไม่ใช่เลือดสีดำข้นคลั่ก... หากแต่เป็นหนังแกะผืนหนึ่ง มีข้อความจารึกไว้สั้นๆ
...หากทิวาดับดิ้น ราตรีจักหลั่งริน...
ฝีมือพวกมัน ไคลน์เค้นเสียงโกรธแค้นไม่ดังมากไปกว่าเสียงกระซิบ พลันพาร่างออกไปจากห้องดุจเปลวเพลิงโหมกระพือ